วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผู้ประกันตนมาตรา 40 โวยวาย

      
   เที่ยงวันนี้ผมได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่การเงิน  ห้อง 127  "พี่มีผู้ประกันตน รถล้มมาใช้ได้หรือไม่"  "ใช้ได้  เพราะเขาส่งเงินสมทบเพราะฉะนั้นสิทธิเรื่องรักษาพยาบาลจะครอบคุลมเรื่อง พรบ.ด้วย" 
         ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มาอีก  ""มันไม่ใช้พี่...เป็นประกันสังคมส่งเงินสมทบ 1,200  บาทต่อปีมันมีด้วยหรือพี่"  อ้าวสงสัยเป็นมาตราใหม่ ขอคุยกับคนไข้ก่อนว่าเป็นยังไง

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ห้องเก็บบัตรล้น...

Update  3  มิถุนายน 2555
   นับถึงวันนี้  20  วันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของห้องทำงาน..รอจนกระทั่งห้องฟันเริ่มก่อสร้าง  ในส่วนของระบบบริการเวชระเบียนได้เริ่มทำเวชระเบียนออนไลน์แล้วปริมาณงานมากกว่า 70%  ในส่วนของการปรับแบบฟอร์มยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ  โดยหลักประกอบด้วย
   1. แบบรายงานฉีดยาและทำแผลต่อเนื่อง
   2. OPD Card  ที่ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ออกมาใช้การบันทึกในแบบบริการของแผนกเช่น  ทันตกรรม  กายภาพบำบัด  PCU  รวมถึงแพทย์แผนไทย 
   3. การออกแบบแบบฟอร์มสำหรับงานบริการต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เวชระเบียน เป็นของใคร ?



วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์, พ.บ.

ภาควิชานิติเวชศาสตร์, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

ได้มีการอ้างสิทธิในเวชระเบียนอย่างมากมายในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยเองก็อ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของสิทธิในเวชระเบียนเพราะว่าเป็นประวัติการป่วยเจ็บหรือการรับการดำเนินการทางการแพทย์ของตนเอง ส่วนสถานพยาบาลก็อ้างเช่นเดียวกันว่าเวชระเบียนต้องเป็นของสถานพยาบาลทั้งในภาครัฐและในภาคเอกชนเพราะเป็นผู้จัดทำเวชระเบียนตั้งแต่จัดหาวัสดุอุปกรณ์จนกระทั่งบุคลากรที่เป็นผู้บันทึกล้วนแต่เป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การมอบหมายงานของสถานพยาบาลทั้งสิ้น ในเรื่องนี้นั้นผู้รู้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเวชระเบียนบางท่านเคยให้ความเห็นว่า "ตัววัตถุเช่นกระดาษที่ใช้บันทึกนั้นเป็นของสถานพยาบาล ส่วนเนื้อหาในวัตถุนั้นเป็นของผู้ป่วย" เมื่อฟังดูแล้วยิ่งเป็นที่น่าสงสัยอย่างมากว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะบริหารจัดการเวชระเบียนได้อย่างไร จะทำอย่างไรถ้าเจ้าของเนื้อหาในเวชระเบียนมาขอเนื้อหาแต่ไม่เอากระดาษที่บันทึก หรือถ้าจะใช้การถ่ายเช่น การถ่ายภาพ หรือการถ่ายสำเนาจะถูกต้องหรือไม่

เจ็บป่วยฉุกเฉิน 3 กองทุน



การบูรณาการร่วมกันของ 3 กองทุน คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และกองทุนสวัสดิการข้าราชการ เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินสำหรับประชาชนทุกสิทธิ ไม่ต้องมีการถามสิทธิ สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ จากนั้นให้หน่วยบริการ หรือโรงพยาบาลทำเรื่องเบิกจ่ายไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเบิกจ่ายกลาง หรือ เคลียริ่งเฮาส์” (Clearing House)  ก่อนที่ สปสช.จะเรียกเก็บเงินจากแต่ละกองทุนต่อไป